วิธีทำเคสมือถือเดคูพาจ สำหรับมือใหม่

หลายคนถามถึงวิธีการทำเคสมือถือมามากมายเลย

เลยได้มีโอกาสได้ทำ How to สำหรับการทำเคสไอโฟนขึ้นมาให้ดูกันนะคะ

แต่ต้องขออธิบายก่อนว่า อันนี้เป็นวิธีที่ประยุกต์สำหรับมือใหม่

ด้วยแนวคิดที่ว่า เดคูพาจ ไม่ยากอย่างที่คิด

ทางร้านเลยพยายามหาวิธีการที่ทำให้มือใหม่ เริ่มต้นได้ไม่ยาก และได้งานที่นำไปใช้ได้จริง

วิธีการและขั้นตอนนี้ เหมาะสำหรับคนไม่เคยทำมาเลยนะคะ

มิได้มีเทคนิคล้ำ .. และวิธีการที่จะทำให้เนี๊ยบเรียบเนียน

เพราะการทำเดคูพาจคือการใช้ทักษะคะ ต้องฝึก ต้องทำบ่อย แล้วคุณจะค้นพบเทคนิคต่าง ๆ ด้วยตัวคุณเอง

แต่หลายคนก็อาจจะเห็นเทคนิค จากใน How to ครั้งนี้ก็ได้  ^ ^

เริ่มต้นจากการเลือกลายนะคะ .. ไม่มีคำแนะนำพิเศษ นอกจาก

ชอบลายไหน เลือกลายนั้นค่ะ

เลือกลายได้แล้วก็เตรียมอุปกรณ์กันค่ะ

สำหรับการทำเคสมือถือ เราใช้กาว PVC นะคะ

ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ก็เหมือนกันกับการทำงานกระเป๋าเหรียญ แต่จะมีเพิ่มคัตเตอร์ปากกา

และพู่กันปลายแบนเล็ก ๆ  วานิชก็ใช้ขวดเดียวกันได้เลยคะ

วันนี้กระดาษที่เลือกเป็นแบบ 4 ล็อคลายเดียวกันนะคะ ก็กางออกมาค่ะ

แล้วก็ตัดให้เหลือล็อคเดียวตามภาพนะคะ

แล้วจากนั้นก็เริ่มวางลายกันค่ะ ว่าเราต้องการให้เคสออกมาแบบไหน

ลองวางดูค่ะ จะหันทางไหน เอียงมุมไหน ก็ลองออกแบบกันดูเลย

จากนั้นก็ทากาว PVC ให้ทั่วเคสนะคะ ขอย้ำว่า ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องทำให้ทั่วนะคะ

ทาให้ทั่วแล้วเป่าให้แห้ง คำว่าทั่วคือ ตามขอบ ตามมุมทาให้หมด

ถ้าไม่มั่นใจ ทารอบแรกเป่าแห้ง ทาอีกรอบแล้วเป่าแห้ง (สำหรับคนไม่มั่นใจเอาให้ชัวร์)

การทากาวไม่ทั่วจะเกิดอะไรขึ้น ?????

เพื่อแปะกระดาษแล้ว กระดาษจะไม่ติดตรงที่ไม่มีกาว

พอเคลือบวานิช ชีวิตจะมีปัญหาทันทีค่ะ กระดาษจะพองขึ้นมา

และจะนำพาไปสู่การลอกและหลุดของลายได้ค่ะ

ดังนั้น .. ถ้าไม่ทั่ว ถ้าไม่ชัวร์ ทาสองรอบ (ตามนั้น)

ทาตรงขอบที่ลูกศรชี้ด้วยนะคะ สำคัญนักเชียวตรงนี้

ทากาวแล้วเป่าให้แห้งนะคะ แล้วก็ลองทาบกระดาษเตรียมลงมือแปะกันคะ

กะกันให้เหมาะ วางกันให้ถูกใจนะคะ ต่อไปจะเป็นขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนนึงนะคะ

คือการแปะลายลงเคส .. หลายคนมือไม้สั่น หายใจไม่ทั่วท้อง

สบาย ๆ คะ แปะไม่ถูกใจ ยังรื้อใหม่ได้นะคะ

เตรียมฟองน้ำและน้ำสะอาดมารอเลยค่ะ

จากนั้นนำกระดาษลาย Napkin ที่ตัดไว้ เอามาลอกออกเตรียมวางทาบครั้งสุดท้ายคะ

สำหรับการวางกระดาษตรงช่องกล้อง ก็ถ้าสามารถเลื่อนลายให้พ้นไป ก็จะไม่ทำให้ลายขาด

เล็งรอบสุดท้าย เอาให้ชัวร์นะ !!!!

ถ้าชัวร์แล้ว ลงมือแปะกันเลยค่ะ

ขั้นตอนนี้เป็นปราการด่านสำคัญสำหรับตัดกำลังใจมือใหม่

แต่ .. ไม่มีอะไร จะเอาชนะความตั้งใจทำของพวกเราชาวปลาทูน้อยได้

เตรียมฟองน้ำแล้วนะคะ ต่อไปคือบีบน้ำออกให้หมาด

คำว่าหมาดแค่ไหนถึงจะพอเหมาะ  ยุ้ยคิดหาวิธีที่จะบอกจุดนี้อยู่นานมาก

เลยได้ไอเดียว่า แตะฟองน้ำกับน้ำสะอาด แล้วบีบจนไม่มีน้ำหยดลงมาเลยคะ

สำหรับการกดลงบนกระดาษครั้งแรก ต้องหมาดแบบไม่มีน้ำหยดเลยนะ บีบให้ไม่หยด

แล้วเตรียมผ้าสะอาดไว้ใกล้ ๆ สักผืน (คนทำแอบไม่เตรียม เช็ดเสื้อเอา)

วางกระดาษให้ดี จับให้เรียบ มือข้างนึงจับฟองน้ำ อีกข้างนึง ต้องแห้ง เอาไว้จับกระดาษ

อย่าได้เปียกมันสองข้าง .. เพราะมันจะทำให้กระดาษขาดได้คะ

สำหรับยุ้ย .. ยุ้ยเริ่มต้นกดจากตรงกลางเคส แล้วกระจายออกไปด้านข้างและด้านบนและล่าง

ค่อย ๆ กดแล้วยก กดแล้วยก นะคะ อย่าถู อย่าปาด อย่าลาก

ถ้ากดลงไปครั้งแรกแล้วน้ำชุ่มเกินไป ก็เอาฟองน้ำ กดลงที่ผ้าสะอาดที่เตรียมไว้

อิฉันก็แอบกดลงกับเสื้อที่ใส่ ตรงพุงกะทิสองที แล้วกดต่อ

เห็นไหมค่ะว่าตรงที่กดจะแนบลงไป ค่อย ๆ ไล่กดไปอย่างเบามือนะคะ

แล้วตรงไหนกดแล้วยับ ค่อย ๆ ยกกระดาษตรงที่ยังไม่ได้กดลงไปขึ้น แล้วกดใหม่

ค่อย ๆ ไล่ไปใจเย็นๆ  ถ้าไม่อยากให้ยับ โปรดอย่าหายใจแรง (ล้อเล่นคะ)

ค่อย ๆ ไล่ไปจนทั่วนะคะ อย่ากดซ้ำที่เดิมหลายรอบ มันก็จะขาดอีกเช่นกัน

สำหรับคนที่ทำครั้งแรก .. อย่าไปตั้งความหวังว่ามันจะไม่ยับเลยแม้แต่น้อย

เพราะมันคือกระดาษทิชชู่ค่ะ ไม่ใช่กระดาษ A4

การทำครั้งแรก คือว่า เป็นการเริ่มต้น อย่าไปกดดันตัวเองให้หมดสนุกคะ

ยับบ้าง ย่นบ้าง มันคือศิลปะ

กดไปให้ทั่วจนครบนะคะ แล้วก็เป่าให้แห้งก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยกดด้านข้าง

**แต่เหลือมุมไว้นะคะ อย่าเพิ่งกด**

กดจนครบแล้วก็ออกมาประมาณนี้ ..

ตอนทำ ทำไปถ่ายรูปไปนะคะ เอียงบ้างเบี้ยวบ้างอย่าได้ถือสา

ติดให้ครบแล้วไล่ดูนะคะ ตรงไหนโป่ง ตรงไหนฟอง กดให้ทั่ว (ย้ำอีกครั้ง)

ต่อไปก็ทำการเก็บมุมคะ เหมือนมุมกล่องที่เคยทำให้ดูไงคะ

พับให้เป็นแบบนี้ แล้วก็ตัดให้แนบชิด สนิทแนบแน่นคะ

ตัดแล้วก็เป็นแบบนี้ค่ะ

เสร็จแล้วก็กดให้เรียบร้อยค่ะ ออกมาแบบนี้เลยค่ะ

ทำหมดทั้ง 4 มุมนะคะ ออกมาเป็นแบบนี้แล้ว (เห็นไหมยุ้ยก็แปะย่น)

ก็มีย่นบ้าง ไม่ย่นบ้างปะปนกันไปค่ะ เดี๋ยวทำไปเรื่อยๆ จะจับทางได้คะ

ทีนี้เราก็เก็บส่วนเกินออกไปค่ะ เอาคัตเตอร์ค่อย ๆ ตัดออกให้แนบชิดของนะคะ

ตอนกดกระดาษ กดตรงมุมที่ยุ้ยทำลูกศรให้ตาทากาวด้วยนะคะ

ตัดหมดแล้วก็หน้าตาแบบนี้ค่ะ เคยมีคนอยากเห็นเคสด้านในของยุ้ยด้วย

นี่ไงค่ะ เคสด้านไหน พลิกคว่ำพลิกหงายถ่ายให้ดูกันหมดเลย

เมื่อไล่เก็บส่วนเกินออก ดูให้ดีนะคะ ส่วนเกินแบบนี้ก็ต้องตัดออกให้หมดนะคะ

เพราะส่วนเกินแบบนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลุดลอกของเคส

จากนั้นก็เตรียมเจาะรูต่าง ๆ ด้วยคัตเตอร์ค่ะ ตัดให้แนบเช่นกัน

เก็บให้หมดนะคะ แล้วลองเอามืดรูดดู อย่าให้มีอะไรสะดุดมือ

เมื่อเก็บหมด ก็เตรียมเคลือบวานิชกันค่ะ

วานิชเทออกมาแต่น้อยนะคะ แล้วก็วานิชของร้านปลาทูน้อย ทาลื่นมือ ไม่เหนียวหนาคะ

(ขอขายของนิดนึงนะตัวเอง)

นี่คือทาแล้วรอบแรกค่ะ ทาบาง ๆ ขอย้ำว่า บาง ๆ ให้ทั่วนะคะ

ตรงช่อง ตรงรูต่าง ๆ ใช้พู่กันปลายแบนไล่ทาให้ทั่วค่ะ

ตรงขอบก็เช่นกันค่ะ ไล่ทาให้หมด ทาบาง ๆ นะคะอย่าให้หนาอยากให้เยิ้มเข้าไปด้านใน

เพราะเดี๋ยวจะทำให้วานิชเกาะหนา จนใส่โทรศัพท์แล้วคับ

หากระหว่างทาวานิช เจอปัญหา กระดาษฟองฟูขึ้นมา

ขอให้รู้ไว้ว่า นั่นเป็นเพราะ เราทากาวไม่ทั่ว กระดาษที่ฟองคือกระดาษที่ไม่ติดกาว

เก็บขอบ รู ด้านหน้าหลังให้ทั่วครบเรียบร้อย

สำหรับเคสที่ทำ ยุ้ยจะเคลือบวานิช 5 รอบค่ะ แต่ละรอบทาบาง ๆให้ทั่ว

ทาแล้วเป่าให้แห้ง แล้วค่อยลงรอบต่อไป

เสร็จสิ้นค่ะ ขึ้นเงาสวยงาม (ริ้วรอยมีให้เห็นเป็นธรรมดา)

มีบางคนบอกว่า เคลือบแล้วไม่เงา อันนี้ยุ้ยก็งงว่าทำไมไม่เงา

แต่ไม่ใช่วานิชร้านเราชัวร์ ถ้าของร้านเราเงาแบบที่เห็นค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

น่าจะไม่ยากไปสำหรับมือใหม่นะคะ

หากสนใจจะลอง หลังจากเห็นวิธิทำแล้ว เรามีเป็นชุดทำเคสสำหรับมือใหม่

ลองแวะเข้าไปเลือกชมดูคะ

สำหรับเทคนิคต่าง ๆ ให้มือใหม่ทำกันแล้วกลับมาพูดคุยกันนะคะ

แล้วเราจะว่ากันใน วิธีการในลำดับขั้นถัดไปกันในตอนต่อ ๆ ไปค่ะ

กระเป๋าใส่เหรียญแบบง่าย..สำหรับมือใหม่

หลายคนถามหาวิธีการทำกระเป๋าใส่เหรียญกันมานะคะ

ก็จัดไปอย่าให้เสียค่ะ เอาแบบสำหรับมือใหม่ทำได้เป็นงานชิ้นแรก ไว้แจกไว้ใช้อะไรทำนองนั้น

เตรียมอุปกรณ์กันเลยค่ะ ..

อย่างแรกเลย กระเป๋าใส่เหรียญป่านศรนารายณ์ หาซื้อได้ในราคา 30-45 บาทค่ะ แล้วแต่ว่าจะไปสอยมาจากไหน

ต่อมาก็ กาวเดคูพาจ (หรือบางร้านเรียกกาวสูตร 1) คือกาวที่ใช้สำหรับงานสานน่ะคะ

สีขาวเพื่อเอาไว้ทารองพื้น และวานิช แปรงเบอร์ 1 และฟองน้ำ

นอกจากนี้ที่ลืมไม่ได้เลยคือ แก้วใส่น้ำ สำหรับแช่แปรง ผ้าสำหรับไว้เช็ดแปรงระหว่างทำงาน

ภาพนี้ชุดทำงานจริง .. สภาพก็จะมอม ๆ เลอะ ๆ กันไปตามประสาคะ มีถ้วยสำหรับเทกาว สี วานิชด้วยนะ

เมื่ออุปกรณ์พร้อมเราก็ลงมือทำกันเลยค่ะ .. เริ่มจาก ทาสีรองพื้นกระเป๋าด้วยสีขาว รอบแรก

วันนี้เราจะใช้สีเข้ามาทำให้กระเป๋าของเราดูกิ๊บเก๋มากขึ้น ทาที่หูสีฟ้า และขอบบนก็สีฟ้านะคะ

ข้อควรระวังสำหรับการทาสีคือ .. อย่าทาสีให้โดนซิปกระเป๋านะคะ ไม่งั้นกระเป๋าของเราจะรูดไม่ได้

และระยังตรงตัวจับสำหรับรูดซิปอย่าให้โดนสีมันจะไม่งาม ถ้าจะให้ดีเอากระดาษกาวปิดทับไว้ค่ะ

ทาสีขาวให้ทั่วก่อน (ยกเว้นหู) แล้วค่อยทำเส้นคาดสีฟ้านะ เป่าสีขาวให้แห้งก่อนนะคะแล้วค่อยลงคาดสีฟ้านะ

แอบขอยืมพู่กันระบายสีลูกมาใช้ด้วย ทาตรงขอบ ๆ บางคนอาจจะกลัวไม่ตรง กลัวเลอะ กลัวเลย

ท่องไว้นะคะ “มันคือศิลปะ อย่าไปเครียด” จะให้ดีเอากระดาษกาวแปะทำเส้นไว้คะ ทีนี้ไม่เลยแน่

แต่วันนี้ บอกตามตรงว่าทำตอนเย็นแล้ว รีบทำ เลยไม่ได้ประณีตประดิษฐ์ประดอยอะไรมาก

แถมลูกทำการบ้านอยู่ข้าง ๆ ด้วย .. ก็รีบใช้ได้อยู่ ทำให้พอเห็นวิธีการนะคะ จะเอาสวยไว้ไปลองทำกันนะ

สังเกตกันนะคะว่า หูเนี่ยทาทั้งด้านนอกและด้านในนะคะ เพื่อความสวยงาม

ทาแล้วเป่าให้แห้งด้วยไดร์เป่าผมค่ะ .. แล้วก็ทาซ้ำสองรอบ

สีรองพื้นที่ดี ต้องทาแล้วลื่นเรียบ ไม่แข็ง ไม่ข้น ไม่เหนียว .. ลองดูนะคะ ทาไปก็สังเกตกันไปนะคะ

ทาสีเสร็จแล้ว สองรอบ ก็เป็นเยี่ยงนี้ค่ะ .. ทารอบแรก เป่าให้แห้ง ทารอบสองก็เป่าให้แห้งนะคะ เข้ากะสีผ้าม่านเลย

ทาสีเสร็จ ไล่เก็บตัดหนวดให้หมดนะคะ เส้นที่ชี้ ๆ ออกมา ตามไล่ตัดเก็บให้หมด ด้วยกรรไกร

ถ้าหาซื้อไม่ได้ ก็กรรไกรที่มีในบ้านหละค่ะ ตัดให้มันแนบ ๆ เป็นใช้ได้

ต่อมาก็เริ่มมาเตรียมลายกัน วันนี้เราเลือกใช้ลายเรือใบ ที่เหลือจากการทำเคสส่งลูกค้า เศษแน็ปกิ้นก็ว่าได้

ตัดออกมาเลยค่ะ จะเอาตรงไหนยังไง ตัดให้ชิขอบลายนะคะ อันนี้ลายมีแสงเงาสีเทา ๆ ด้วยเลยตัดให้ได้เงาด้วย

ก่อนติด ก็ลองวางทาบหาตำแหน่งเหมาะสมดูก่อน ว่าจะเอาไว้ตรงไหนดีแล้วทากาวตรงที่จะติด แล้วก็เป่าให้แห้ง

ได้ที่หมายแล้วก็ลอกแน็ปกิ้นออก เหลือชั้นบนสุด (ใครงงเรื่องลอกแน็ปกิ้นย้อนไปอ่านตอนเก่านะคะ)

จากนั้นก็ทำการติดลาย เอาฟองน้ำจุ่มน้ำพอหมาด ค่อย ๆ กดไล่แน็ปกิ้นจนทั่ว กดไล่จากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา

หรือว่า จากล่างขั้นบน ซ้ายไปขวา ใครจะถนัดกดตรงกลางออกไปริม ว่ากันไปเลยตามถนัด

ขอแค่ น้ำอย่าเยอะ เพราะมันจะขาด แล้วใช้วิธีกด ไม่ถู ไม่รูด เพราะมันจะขาดเช่นกัน กดแล้วยก กดแล้วยก

เสร็จแล้วเป่าให้แห้งค่ะ .. แล้วเตรียมทาวานิช

สำหรับการทาวานิช ให้ทาบาง ๆ ขอย้ำนะคะว่า บาง ๆ แล้วค่อย ๆ ทา สำหรับเราเราปาดไปทิศทางเดียวกัน

แล้วก็ทาบาง ๆ ครบหมดแล้วก็เป่าให้แห้ง ทำซ้ำ ๆ 3 รอบค่ะ จะสังเกตว่า ชิ้นงานจะค่อย  ๆ ขึ้นเงา

ระหว่างทาวานิชให้สังเกตด้วยนะว่าตรงไหน ทาเยอะเกินไป จะมีวานิชค้างอยู่ตามรูต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ปาดออก

นี่คือการทาเยอะไป และมีฟองอากาศค่ะ สำคัญคือ “บาง ๆ และเบามือ ปาดไปทางเดียวกัน”

และอีกข้อที่ควรระวังคือ เป่าให้แห้งสนิทก่อนนะคะ ก่อนจะลงรอบใหม่

เพียงเท่านี้เองค่ะ ไม่ยากใช่ไหม ? ก็จะมีกระเป๋าใส่เหรียญที่เราทำเองกับมือไว้ใช้หรือว่าไว้เป็นของขวัญแล้วค่ะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ข้อควรระวังขณะทำคือ ใช้แปรงเสร็จ แช่น้ำไว้นะคะ อย่าปล่อยให้สี วานิช กาว แห้งแข็งติดแปรง

สำหรับท่านไหนสนใจรับข่าวสารความคืบหน้า หรือว่าจะติดตามกันอย่างใกล้ชิดก็เพียงเข้าไปคลิก Like กันที่

http://www.facebook.com/Decoupage.Art

เลือกแน็ปกิ้น (Decoupage Napkins) อย่างมีสติ !!!

เป็นเหมือนกันไหมค่ะ .. เห็น napkin ไม่ได้ เป็นอันต้องถลาเข้าไปใส่

เลือกได้เป็นนานสองนาน .. ตระการตา อันนี้ก็สวย อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ชอบ

เลือกไปเลือกมา มหาศาลบานตะทัย

ทำไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนสาว ๆ เวลาเจอป้าย Sales อย่างไงอย่างนั้น

วันนี้ลองมารู้จักกับ napkins กันหน่อยค่ะ สำหรับมือใหม่

จะได้ เลือกันอย่างมีสติ เลือกมาแล้วได้ใช้

เพราะบางทีเลือกซื้อมา ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปทำอะไรได้ สวย ชอบ ก็เอาไว้ก่อน อิอิ

พร้อมยังค่ะ ???????? เริ่มกันเลยค่ะ

………………………………………………………….

ขนาดของ napkins ที่เห็นกันทั่วไป ไม่ว่าจะตามร้านที่สวนจตุจักร หรือว่า ร้านในเว็บ หรือใน facebook

(ในความเป็นจริงมีหลายขนาดมากกว่านี้นะคะ แต่เดี๋ยวจะงง เอาแค่นี้ก่อนนะ)

ขนาดนี้ 33×33 cm เห็นกันทั่วไป ขายกันมากมาย

ราคาขายปลีกทั่วไป สำหรับแบบธรรมดา 25-15 บาท แบบลายพิเศษก็ 45-30 บาท

ขนาดนี้เห็นขายอยู่คู่กันกับขนาด 33x33cm  ราคาขายก็อยู่ที่ 20-10 บาทค่ะ

 สำหรับคนที่ซื้อของในเว็บ ข้อควรระวังคือ ดูราคากับขนาดให้ตรงกันนะคะ

บางคนเห็นราคา 15 บาท คิดว่า 33×33 แต่จริง ๆ แล้วเป็น 25×25 เพราะฉะนั้นดูให้ดีคะ

…………………………………………………………………..

หลายคนก็ยังงงอีกว่า แล้ว napkin มันมีหลายแบบหลากสไตล์ขนาดไหนค่ะเนี่ย

ไปที่ร้านทีไร เห็นเป็นร้อยๆ  ลาย งงไปหมดแล้ว เห็นแล้ว สติจะแตกซ่าน

วันนี้มีวิธีง่าย ๆ ของตัวเองมาเล่าให้ฟัง ขอย้ำว่าวิธีของตัวเองนะคะ ไม่รู้ถูกหรือว่าผิด

แต่ว่า เราใช้วิธีดูแบบนี้หละ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ใครมีอะไรเสริม ยินดีรับฟัง บอกได้เลยนะ

” ลายของ napkin จะเป็นแพทเทิ้น (pattern)  ลายมันจะซ้ำ ๆ กัน อยู่ที่ว่าจะซ้ำกันแบบไหน”

แบบนี้ลายกระจายเต็มแผ่นคะ

แบบนี้ลายต่อกันตามแนวนอน ซ้าย-ขวา หรือบ่น-ล่าง (ตัวอย่างมีแค่นี้นะคะ ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูป ลูกช่วยจัง)

แบบนี้คือลายเป็นบล็อคค่ะ มันจะแบ่งเป็น 4 ส่วนที่เป็นลายซ้ำกัน

มีทั้งแบบ 4 ช่องซ้ำกันและไม่ซ้ำกันด้วยนะคะ

และอีกแบบ..คือแบบที่เป็นลายเดียวทั้งแผ่นเลยค่ะ อันนี้ยุ้ยยังหารูปตัวอย่างให้ดูไม่ได้ ไว้หาได้จะเอามาให้ดูนะคะ

(ขอติดไว้ก่อนนะ)

……………………………………………………………………………….

แล้วทีนี้จะเลือกยังไงค่ะเนี่ย มีหลายแบบขนาดนี้

ไม่ยากค่ะ อยากทำอะไร เอาชิ้นงานดิบมา แล้วก็วางแบบในใจเลยว่าเราจะใช้ pattern แบบไหนกับชิ้นงานนั้น

ตัวอย่างนะคะ .. จะทำกล่องไม้  ก็เอาลายมาทาบกันไป แบบนี้คือจะให้ทั้งฝาเป็นลายเดียวหมด ก็เลือกแบบนี้

การวางลาย ก็เหมือนการถ่ายรูปค่ะ อยู่ที่มุมมองของคนถ่าย เราจะเลือกส่วนไหน มุมไหนมานำเสนอ

กระดาษลายลายเดียวกัน ทำงานดิบชิ้นเดียวกัน แต่คนละมุมมอง ก็ออกมาต่างกันค่ะ

อันนี้เคสติดไว้เตรียมจะเอาไปเทเรซิ่น วันหยุดนี้

………………………………………………………………………………………

ก่อนเลือก napkin ต้องคิดก่อนนะคะว่า จะเอาไปทำอะไร ?

แต่ขอบอกว่า ยาก เพราะยุ้ยก็ยัง สติแตกอยู่ดีที่เห็น napkin ละลานตา

แต่ก็มี จุดยั้งคิดเพิ่มขึ้นมาว่า เออลายแบบนี้ เอาไปทำอันนี้ได้ ลายทำนองนี้ทำอะไรได้

ดูมีหลักการในการซื้อขึ้นมาหน่อย แต่หลงไปในดง napkin ทีไร

หอบกลับบ้านมามากมายทู๊กที ^ ^

++++++++++++++++++++++++++++

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเข้าไปที่

http://www.decoupagearts.com/

http://www.facebook.com/Decoupage.Art

email : artofdecoupage@hotmail.com

Tel : 083-603-3003 – ยุ้ยคะ

มือใหม่ .. ควรซื้ออะไรบ้าง

ถามกันมาล้นหลามมากมายค่ะ .. สำหรับคนที่อยากหัดทำเดคูพาจ แต่ยังไม่เคย

เดินเข้าร้านไป เห็นขวดโน้นนี่มากมาย แปรงสารพัดแบบ หลายขนาด

แล้วเพิ่งเริ่มทำ มือใหม่ จะต้องซื้ออะไรบ้างเนี่ย ?????

วันนี้ ..พอจะมีคำตอบให้แล้วค่ะ ว่าอะไรบ้างที่ควรควักกระเป๋าซื้อ

ซึ่งอย่างแรกที่ควรมีคำตอบอยู่ในใจก่อนที่จะตัดสินใจควักเงินคือ

1. ชอบในงานเดคูพาจรึยัง หรือว่า แค่อยากลองดูว่าจะทำได้รึเปล่า จะชอบไหม ?

2. แล้วจะทำชิ้นงานประเภทไหนเป็นชิ้นแรกดี ? เช่น งานสาน งานไม้ งานเคสมือถือ งานกระเป๋า PVC

เอาง่าย ๆ คร่าว ๆ แค่สองข้อนี้ก่อนก็พอนะคะ

……………………………………………………………….

++ เลือกซื้อกาว สี และวานิช ขนาดไหนดี ++

สำหรับผู้ที่เห็นแล้วชอบ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรที่ชอบมาก ใช่แน่ ๆ รึยัง

ขอแนะนำให้ซื้อทุกอย่างในขนาดเล็กสุดของร้านที่ก้าวขาเข้าไปค่ะ

เพราะว่า ถ้ารู้ตัวว่า ชอบแต่ไม่ใช่ .. ก็ยังไม่คว้กตังค์เยอะ

หรือว่าชอบแต่ทำไม่ไหว ก็ไว้ไปหาที่เค้าทำสำเร็จใช้เอาคะ

ส่วนสำหรับผู้ที่ชอบแล้ว รักเลย ชัวร์ สิ่งนี้ คือสิ่งที่เลิฟสุด ๆ

ตัดสินใจซื้อขนาดกลางก่อนค่ะ และยิ่งถ้าไม่ได้มาแหล่งจำหน่ายง่าย ๆ ก็เอากลางไปค่ะ

แต่ถ้าทางผ่านกลับบ้านทุกวัน นัดเพื่อนแถวนี้ประจำ เอาเล็กมาก่อนก็ได้ ถูกใจแล้วค่อยมาสอยใหญ่ขึ้น

… ตอนนี้มีคำตอบเรื่อง “ขนาด” กันอยู่ในใจแล้วนะคะทุกคน …

ข้อถัดไปคือ จะเลือกทำชิ้นงานแบบไหนก่อน อันนี้มีผลกับชนิดของกาวที่จะใช้ค่ะ

เอาง่าย ๆ เลย ถ้าจะทำงานสานเท่านั้น ก็ซื้อกาวสูตร 1 หรือว่า กาวเดคูพาจธรรมดา

แต่ละร้านเรียกไม่เหมือนกัน หรือถ้าไม่ชัวร์ถามเค้าเลยค่ะ

“งานสานใช้กาวแบบไหนคะพี่ หยิบให้ทีค่ะ”

แต่ถ้า ไม่หลงไหลในงานสาน แบบว่าไม่ใช่แนว แล้วจะลองงานเคสมือถือ กระเป๋า PVC

หรือแม้แต่งานไม้ ก็ เลือกกาวสูตร 2 หรือว่ากาว PVC แล้วแต่ว่าร้านนั้นเรียกแบบไหน

ไม่ชัวร์ใช้วิธีเดิมเลยค่ะ ถามเลยค่ะ

แต่ประเภทกาวเดียวติดได้ทุกอย่างสิ่งบนโลกนี้ .. โปรดใช้วิจารณญาณ ในการเลือกซื้อนิดนึง

เกิดว่า ขวดเดียว ติดทุกอย่างสิ่ง แล้ว made in ประเทศนอก ฉลากไฮโซ ราคาสูงลิ่ว

อันนี้ก็พอน่าเชื่อถือได้นะคะ แต่แบบว่า ขวดเดียว แปะฉลากบ้านเรา แล้วบอกแบบนั้น

อย่าไปลองดีกว่าไหม ??? เพราะว่า อิฉันลองมาแล้ว ลอกกระจุย หลุดกระจาย

สิ่งต่อไปที่ต้องมี ไม่ว่างานดิบชนิดไหนคือ วานิช หรือตัวเคลือบ

ไม่ว่าจะงานไหน ๆ ก็ต้องเคลือบคะ บางร้านก็มีแบบด้าน แบบมันแล้วแต่หลากหลาย

ส่วนตัวอิฉันเอง ซื้อแบบเดียวค่ะ เพราะไม่ชอบแบบด้าน แบบว่าทำไรก็ต้องวิ้ง ๆ แว๊บ ๆ

อยู่แค่ว่า มันมาก ก็เคลือบหลายรอบหน่อย มันน้อยก็เคลือบน้อยหน่อย

เดคูพาจแม่บ้านค่ะ … จับจ่ายอุปกรณ์แบบพอเพียง หลายอย่างนักก็เสียดาย

ใช้หลายสูตรนัก ก็จำไม่ได้ .. (อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ)

สี : พื้น ๆ บ้าน ๆ ก็สีขาว สีครีมค่ะ ส่วนจะขวดเล็กขวดกลาง ก็ย้อนกลับไปหาคำถามข้างบนเลยคะ

ได้กาว วานิช สีกันแล้ว ก็มาเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือกันคะ

แปรงคะ .. มือใหม่จัดไปค่ะเบอร์ 1 เอาไว้ทากาว สี และวานิชได้ในเบอร์เดียวกัน

มือใหม่ ยังไม่รู้รักจริงป่าว ก็เอาไปเบอร์เดียวค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำงานชิ้นใหญ่แค่ไหน ก็เบอร์ 1 คะ

ส่วนจะซื้อแยกกันไหม ว่า ทากาว อันนึง ทาสีอันนึง ทาวานิชอันนึง

อันนี้แล้วแต่ความขยันล้างแปรแล้วกัน .. แนะนำว่า อย่าปล่อยให้แห้ง ใช้เสร็จแช่น้ำไว้ แล้วล้างเลย

จะให้เวิร์ก ลองล้างด้วยน้ำยาล้างจานกับน้ำสะอาดบ้านเราเนี่ยหละคะ ขอแค่ อย่าปล่อยไว้ให้แห้ง (ขอย้ำ)

มิฉะนั้น ท่านจะได้ “เปลี่ยนแปรง” เพราะเมื่อสี วานิช หรือว่ากาว เกาะแปรงแล้ว แปรงนันจะเอามาทาวานิชเคลือบจะเป็นรอย

และไม่เรียบเนียน เหมือนแปรงสะอาด ๆ คะ  ดังนั้น เราขอย้ำอีกครั้งว่า “อย่าปล่อยให้แห้ง ดีที่สุด”

ชิ้นต่อไปเป็นคัตเตอร์ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับงานที่ทำอีกเช่นกัน ที่เห็นใช้กันก็มี 2 แบบคะคือแบบที่เห็น

อันนี้เรียกมีดคัตเตอร์สำหรับงานฝีมือ ชื่อเก๋ไก๋มาก มีปลายสองด้าน ด้านนึงจะเป็นปลายคัตเตอร์เล็ก ๆ

อีกด้านจะเป็นพลาสติก เอาไว้ใช้เวลาพับมุมเก็บงาน อะไรทำนองเนี้ย พวกที่ทำกระเป๋า PVC เห็นใช้แบบนีักันเยอะคะ

แบบนี้เรียกคัตเตอร์ปากกา : ปลายจะแหลม เหมาะกับเข้าไปตัดเจาะ รูเล็ก ๆ เช่นพวกทำเคสมือถือ

ก็เลือกหาซื้อกันตามวัตถุประสงค์ค่ะ ร้านเครื่องเขียน มีหมด หรือว่า ร้านที่ขายพวกอุปกรณ์เดคูพาจก็มีค่ะ

ต่อไปเป็นกรรไกร : ที่บ้านมีแล้วไม่ต้องซื้อ แต่จะเป็นใช้แล้วช่วยได้คือกรรไกรปลายโค้ง จะเอาไว้ตัดเลาะตามลายคะ

เหมือนว่า เคยถ่ายรูปหมู่อุปกรณ์ให้ดูกันไปแล้วในตอน อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับงานเดคูพาจ 

ลองไปดูกันนะคะ .. บางคนบอกว่า ตัดแล้วเจ็บมือ เพราะอันมันเล็ก นิ้วใหญ่ ก็เอาไว้ตัดแต่ตรงซอกซอยเล็ก ๆ ค่ะ

ตรงไหนพื้นที่ใหญ่ ก็ใช้กรรไกรธรรมดาตัดเอาค่ะ ..

ฟองน้ำคะ .. ใช้กันตั้งแต่ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำแต่งหน้า ฟองน้ำห่อเฟอร์นิเจอร์

เลือกเอาตามชอบใจ .. บ้านนี้ใช้ฟองน้ำจากไดโซะ ก้อนสี่เหลี่ยมขาว ๆ ร่วมกับฟองน้ำล้างจานคะ

ที่เหลือก็ Napkins และชิ้นงานดิบที่จะทำแล้วค่ะ

ซึ่งมีแนะนำไปบ้างแล้วสำหรับการเลือกชิ้นงานดิบนะคะ

ส่วนการเลือก Napkins อย่างมีสติ จะเขียนในตอนถัดไปนะคะ รออ่านกันนิดนึง

เพราะจะบอกว่า เป็นเหมือนกัน เจอ napkins ที่ไหน แถเข้าไปก่อนแบบไร้สติมาก

แล้วรู้ตัวอีกทีก็หอบกลับบ้านมาเป็นหอบ ๆ อย่างที่เห็นเอามาแบ่งขายนั่นหละคะ

รออ่านกันหน่อยนะคะ อาจจะต้องรอวันหยุดเพราะต้องถ่ายรูปประกอบคะ

……………………………………………………………

สำหรับหลายท่านที่สอบถามเรื่องการเปิดสอน

วันนี้ยังไม่พร้อมในเรื่องสถานที่และด้วยความที่บ้านมีเด็กป่วนค่ะ

เลยคิดวิธีการนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถได้ข้อมูลที่พอจะนำไปทำชิ้นงานกันเองได้ที่บ้าน

และหากมีข้อสงสัย หรือว่า ต้องการจะสอบถาม ก็รายละเอียดตามด้านล่างเลยนะคะ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเข้าไปที่

http://www.decoupagearts.com/

http://www.facebook.com/Decoupage.Art

email : artofdecoupage@hotmail.com

Tel : 083-603-3003 – ยุ้ยคะ

เดคูพาจ ไม่ยากอย่างที่คิด

หลายคนอาจจะคิดว่า  งานเดคูพาจเป็นเรื่องยุ่งยาก

จริง ๆ แล้วขั้นตอนของการทำงานเดคูพาจไม่ซับซ้อนอะไรมาก

เดคูพาจ คือ ศิลปะ .. และเสน่ห์ของงาน Hand Made คือความภูมิใจเมื่อทำเอง

ก่อนลงมือลองกัน ท่องกันไว้เลยคะว่า ยับบ้าง ย่นบ้าง มันคือเสน่ห์ของแฮนด์เมด

หลังจากคราวก่อน มีรายละเอียดเรื่องอุปกรณ์พื้นฐานกันไว้แล้ว วันนี้เริ่มลงมือกันเลยคะ

ชิ้นงานตัวอย่างวันนี้คือ กล่องผักตบชวาสานสี่เหลี่ยมจตุรัส

ซึ่งชิ้นงานใหญ่นิดนึง จะได้หยิบจับง่าย ถ่ายรูปได้ชัดเจน

เริ่มต้นด้วยการทาสีพื้นเลยค่ะ .. พื้นฐานสุด ก็ สีขาวคะ ทาให้ทั่วทั้งด้านนอกและด้านใน

เทสีแบ่งใส่ถ้วยออกมานะคะ .. อย่าเอาแปรงจิ้มลงไปทาจนเสร็จนะคะ

วันนี้วันหยุด เลยมีผู้ช่วยค่ะ หน้าที่หลักของผู้ช่วยคือ ทาสี

แบบว่าแม่ทำใบนึง ก็ต้องยื่นให้ลูกใบนึง พร้อมอุปกรณ์อีกชุด ไม่งั้นแม่ทำไม่ได้

ทาสีเสร็จแล้ว เป่าให้แห้งนะคะ หรือว่า ถ้ามีเวลาก็ตากทิ้งไว้ให้แห้งค่ะ

ทาด้านนอกแล้ว ก็ต้องทาด้านในด้วยนะคะ กล่องนี้ข้างในทาสีครีมคะ

จากนั้นเลือก Napkins ค่ะ ว่าจะใช้ลายไหน และจะทำการวางลายอย่างไร

ขั้นตอนนี้ ขึ้นอยู่กับไอเดียของแต่ละคนเลย ไม่มีขั้นตอนตายตัว หรือถูกผิดนะคะ

ชอบแบบไหน .. ทำแบบนั้นค่ะ อะไรที่คิดว่า ทำออกมาแล้วเราคิดว่า น่าจะดี ลองเลย อย่าลังเล

แปรงที่ทาสีแล้ว แช่น้ำไว้นะคะ แล้วก็มีผ้าเช็ดสักผืน ล้างสีให้สะอาด เช็ดให้แห้ง

หลังจากนั้นก็ทากาวให้ทั่วค่ะ ขอย้ำว่า ต้องทั่วนะคะ แล้วทาเลยขอบเข้ามาด้านในด้วยนิดนึง

แล้วก็เป่ากาวให้แห้ง สำหรับงานสาน เราใช้กาวเดคูพาจสูตรหนึ่ง หรือกาวเดคูพาจธรรมดาค่ะ

กาวแห้งแล้วก็เตรียมขั้นตอนของการติดลายกันเลยค่ะ

(แอบอายแปรงก่อนถ่ายด้วย เยินมาก แปลว่า ผ่านการฝึกหัดมานักต่อนัก)

แช่แปรง .. ล้างเช็ดเรียบร้อย คิดให้เรียบร้อยว่าจะวางลายอย่างไร ก็ลงมือได้เลยค่ะ

เตรียมอุปกรณ์สำหรับการ แปะลายได้เลย นั่นคือ ฟองน้ำและน้ำสะอาดคะ

ฟองน้ำ .. บ้านนี้ใช้อยู่ 2 แบบค่ะ คือแบบฟองน้ำล้างจาน และฟองน้ำละเอียด

สำหรับของชิ้นใหญ่หน่อย เราใช้ลูกกลิ้งฟองน้ำช่วย ทำให้ไวขึ้นเยอะเลยค่ะ

น้ำพร้อม .. ฟ้องน้ำพร้อม .. ลายพร้อม .. ชิ้นงาน พร้อม .. ใจพร้อม !!! ลุยคะ

ลองวางให้ถูกใจ  หลังจากนั้นเราจะลอกกระดาษ เอาเฉพาะชั้นที่เป็นลายแปะลงไปที่ชิ้นงาน

กระดาษแน็ปกิ้นมีอยู่ 3 ชั้นนะคะ ค่อย ๆ ลอกออกมาทีละชั้น เบามือนะคะ ไม่งั้น ขาดคามือแน่

ค่อย ๆ ลอกออกมาจะเป็นอย่างที่เห็นนะคะ เราจะใช้ชั้นที่มีลาย แปะลงที่ชิ้นงานค่ะ

ลายนี้ เราเลือกที่จะตัดเส้นขอบของลายออกนะคะ เพื่อจะทำให้สามารถต่อลาย ต่อดอกกันได้

ตัดแล้ววางเลยค่ะ แล้วก็เอาฟองน้ำชุดน้ำค่อย ๆ แตะ ๆ ให้แน็ปกิ้นแนบกับชิ้นงาน

เมื่อติดจนทั่วแล้วจะเห็นได้ว่า แน็ปกิ้นจะแนบไปกับชิ้นงาน และงานจะเรียบเนียนหรือไม่ก็ขั้นตอนนี้หละคะ

แต่อย่างที่บอกนะคะ ยับบ้าง ย่นบ้าง ก็อย่าได้คิดมาก ทำไปเรื่อย ๆ ทำบ่อย ๆ แล้วเราจะกะน้ำหนักในการกดฟองน้ำได้

เวลาชุบน้ำเพื่อจะนำมากดแน็ปกิ้น อย่าให้น้ำเยอะมากนะคะ ไม่งั้นกระดาษจะขาดคะ

ติดเสร็จ ก็เป่าให้แห้งนะคะ แล้วก็ค่อย ๆ ติดเป็นส่วน ๆ ไป

ทำด้านบนเสร็จแล้วก็ทำตรงขอบต่อค่ะ จุดสำคัญคือการเก็บมุมนะคะ คอยดูวิธีกันนะคะ

ไล่แปะไปจนถึงมุม แล้วก็พับค่ะ จากนั้นก็ตัด (ตามรูปเลยค่ะ)

จะได้ตามภาพนี้ ก็นำฟองน้ำชุบน้ำหมาด กดแน็ปกิ้นไล่ต่อไปค่ะ

เป็นอันเรียบร้อยค่ะ สำหรับมุม ก็ทำเหมือนกันทุกมุมนะคะ

เมื่อครบหมดแล้วก็ไล่ตัดส่วนเกินออกค่ะ เก็บขอบให้เรียบร้อย

ที่ตัวกล่องก็ทำวิธีการแบบเดียวกันนะคะ วางลายอย่างที่อยากได้เลย แล้วก็ทำเหมือนที่ฝากล่องคะ

ตัดต่อ ตัดแปะ แต่งเติมเอาได้ตามใจชอบจริง ๆ คะ เมื่อติดเสร็จ ก็จะมีกระดาษเศษลายเหลือ

วันนี้เลยเอามาแปะด้านในกล่องด้วยค่ะ .. ก็อารมณ์เดคูพาจแม่บ้านอ่ะนะ เสียดายของ

เมื่อติดแน็ปกิ้นหมดแล้วทัั้งด้านนอกและด้านใส ก็ลงมือเคลือบเงาด้วยวานิชได้เลยค่ะ

เช่นเดียวกันการใช้สี คือเทแบ่งออกมานะคะ

วิธีการเคลือบในชิ้นงานเกิดความเงางามคือ “ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทา ทาบาง ๆ”

ทาบาง ๆ เป่าให้แห้ง พอแห้งก็ทำซ้ำอีก ปกติชิ้นงานของร้านเราจะเคลือบ 3 รอบขึ้นไปทั้งสิ้น

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ ทิ้งไว้สักคืนนะคะ อย่าเพิ่งเอาฝาครอบกับตัวกล่องเลยนะคะ

รอให้ทุกอย่างแห้งสนิทดีก่อน มิฉะนั้นอาจจะเกิดการขาดหลุดได้ค่ะ

…………………………………………………………….

เห็นไหมค่ะ ว่า เดคูพาจไม่อยากอย่างที่คิดจริง ๆ

ขั้นตอนต่าง ๆ ที่อธิบายไป พยายามจะทำให้เข้าใจง่าย และวิธีการเหล่านี้

นำไปประยุกต์ใช้ได้กับชิ้นงานอื่น ๆด้วยนะคะ

……………………………………………………………

สำหรับหลายท่านที่สอบถามเรื่องการเปิดสอน

วันนี้ยังไม่พร้อมในเรื่องสถานที่และด้วยความที่บ้านมีเด็กป่วนค่ะ

เลยคิดวิธีการนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถได้ข้อมูลที่พอจะนำไปทำชิ้นงานกันเองได้ที่บ้าน

และหากมีข้อสงสัย หรือว่า ต้องการจะสอบถาม ก็รายละเอียดตามด้านล่างเลยนะคะ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเข้าไปที่

http://www.decoupagearts.com/

http://www.facebook.com/Decoupage.Art

email : artofdecoupage@hotmail.com

Tel : 083-603-3003 – ยุ้ยคะ

Previous Older Entries

crack decoupage How to o เดคูพาจ sponging Textile Medium tuna craft กระดาษเดคูพาจ กระเป๋าผ้าดิบ กระเป๋าผ้าเดคูพาจ กระเป๋าพีวีซีเดคูพาจ กระเป๋าเดคูพาจ กระเป๋าใส่เหรียญ กระเป๋าใส่เหรียญป่านศรนารายณ์ กระเป๋าใส่เหรียญเดคูพาจ กล่องไม้ การตกแต่งชิ้่นงานเดคูพาจ การทำเดคูพาจบนชิ้นงานสีเข้ม การเทเรซิ่นบนเคสมือถือ กาวพีวีซี กาวเดคูพาจ ของขวัญปีใหม่ ขั้นตอนการทำเคดูพาจ ขั้นตอนการทำเดคูพาจ ขั้นตอนทำเดคูพาจ งานดิบเดคูพาจ งานเดคูพาจ งานไม้ ชิ้นงานดิบ ชิ้นงานดิบเดคูพาจ ชุดฝึกทำเดคูพาจ ชุดหัดทำเดคูพาจ ชุดเริ่มต้นทำเดคูพาจ ตัวปั๊มนำเข้าจากเกาหลี ถาดไม้สเตนซิล ทำเคดูพาจ น้ำยาเดคูพาจ บล็อคลาย วานิช วิธีการทำกระเป๋าใส่เหรียญ วิธีการทำเดคูพาจ วิธีการทำเดคูพาจบนเซรามิค วิธีการเทเรซิ่น วิธีทำสำหรับมือใหม่ วิธีทำเดคูพาจ สร้างพื้นผิวด้วยฟองน้ำ สอนการทำเดคูพาจ สอนทำเดคูพาจ สเตนซิลงานไม้ หนังสือวิธีทำเดคูพาจ หนังสือสอนทำเดคูพาจ หนังสือหัดทำเดคูพาจ หนังสือเดคูพาจ หนังสือเดคูพาจเก๋ไก๋ หัดทำเดคูพาจ อุปกรณ์ทำเดคูพาจ เก้าอี้เดคูพาจ เคสมือถือเดคูพาจ เคสมือถือเรซิ่น เดคูพาจ เดคูพาจกระเป๋าพีวีซี เดคูพาจกล่องไม้ เดคูพาจงานไม้ เดคูพาจบนงานไม้ เดคูพาจบนผ้า เดคูพาจบนเซรามิค เดคูพาจบนไม้ เดคูพาจเคสมือถือ เดโคพาจ เทคนิคการทำพื้นผิวเดคูพาจบนงานไม้ เทคนิคบล็อคลาย เทคนิคบล็อคสี เทเรซิ่น เรซิ่นเคสมือถือ แน็ปกิ้น ไอเดียของขวัญปีใหม่
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 197 other followers